คำถามที่พบบ่อย

- FAQ

หมวดสิทธิแลการรับมรดก

ทายาทต้องรับผิดชอบหนี้สินของผู้ตาย แต่กฎหมายคุ้มครองให้รับผิด ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับ เท่านั้น หากหนี้มากกว่าทรัพย์สิน ทายาทไม่จำเป็นต้องนำเงินส่วนตัวไปชดใช้

หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะไม่ถือเป็นทายาทตามกฎหมาย และไม่มีสิทธิรับมรดกโดยตรง
อย่างไรก็ตาม สามารถร้องศาลเพื่อขอแบ่งทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในฐานะกรรมสิทธิ์รวมได้

ไม่ถือเป็นมรดก เนื่องจากเป็นเงินตามสัญญาประกันชีวิต
ผู้ที่มีชื่อเป็นผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินโดยตรง ไม่ต้องนำมาแบ่งให้ทายาทอื่น

โดยปกติ ไม่มีสิทธิ ครับ เว้นแต่พ่อเลี้ยง/แม่เลี้ยงจะได้จดทะเบียนรับเด็กคนนั้นเป็น “บุตรบุญธรรม” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้ทำพินัยกรรมระบุยกทรัพย์สินให้ไว้

- FAQ

หมวดผู้จัดการมรดกและขั้นตอน

ไม่สามารถทำได้ หากโอนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาทรายอื่น
อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ และสามารถถูกฟ้องเพิกถอนการโอนได้

ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่ทายาทรู้ว่าตนมีสิทธิได้รับมรดก (แต่ห้ามเกิน 10 ปีนับแต่ตาย) ดังนั้นควรรีบดำเนินการทันทีที่มีปัญหาครับ

พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน ลงชื่อพร้อมกัน โดยกฎหมายห้ามไม่ให้ “ผู้รับมรดกในพินัยกรรม” (รวมถึงคู่สมรสของผู้รับมรดก) เป็นพยานเด็ดขาด มิฉะนั้นพินัยกรรมอาจเป็นโมฆะในส่วนนั้น

มีสิทธิครับ เรียกว่าการ “รับมรดกแทนที่” เช่น หากลูกเสียชีวิตก่อนพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่เสียชีวิต หลาน (ลูกของลูกที่ตาย) สามารถเข้ามารับส่วนแบ่งแทนที่พ่อแม่ของตนได้เลย

- FAQ

กรณีพิเศษ (ภาษี, ต่างชาติ, อาวุธปืน)

หากผู้รับเป็น “คู่สมรส” จะได้รับยกเว้นภาษีครับ แต่ถ้าเป็นทายาทอื่น จะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ขึ้นไปเท่านั้น (ในอัตรา 5-10%) มรดกทั่วไปที่ไม่ถึงเกณฑ์นี้ไม่ต้องเสียภาษีครับ

ยังรับทันทีไม่ได้ครับ ปืนเป็นทรัพย์สินพิเศษ ทายาทต้องไปแจ้งต่อนายทะเบียน (อำเภอหรือสถานีตำรวจ) ภายใน 6 เดือน เพื่อขอออกใบอนุญาต (ป.4) ใหม่ในชื่อของทายาทก่อน หากคุณสมบัติไม่ผ่านอาจต้องขายหรือโอนให้ผู้อื่นต่อไป

ติดต่อทนายความ

เพื่อรับคำปรึกษาทางกฎหมาย